
ถาม-ตอบ คดี แทนไท ล่าสุด เป็นยังไงบ้าง
- Good Day's
- 23 views

คดี แทนไท ล่าสุด เป็นยังไง โดยคดีแทนไทล่าสุด จบลงด้วยคำชี้ขาดไม่ฟ้องในคดีอาญาที่อยู่ระหว่างพิจารณา และการถอนหมายจับ แต่ยังต้องแยกออกจากกระบวนการเกี่ยวกับทรัพย์สิน ซึ่งดำเนินไปอีกส่วนหนึ่ง
สถานะล่าสุด คืออัยการสูงสุดชี้ขาดไม่ฟ้องแทนไท และบุคคลที่อยู่ในคำสั่งเดียวกัน หลังความเห็นของอัยการกับ DSI แตกต่างกัน ต่อมา DSI จึงดำเนินการขอถอนหมายจับ ส่วนมาตรการเกี่ยวกับทรัพย์สิน ไม่ได้สิ้นผลตามคดีอาญานี้
คดีเริ่มจากการสอบสวนข้อกล่าวหาสมคบ และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่ง DSI ระบุว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ และการพนันออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวน ยังไม่ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าบุคคลนั้นกระทำความผิด
DSI ระบุว่าได้รวบรวมข้อมูลเส้นทางการเงิน และความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้อง ก่อนส่งสำนวนเสนอฟ้องผู้ต้องหา 11 ราย โดยเอกสารประกอบมี 39 แฟ้ม รวม 12,816 แผ่น อย่างที่เขียนไปใน ทำไม แทนไท ไม่ถูกฟ้อง แต่ความเห็นของพนักงานสอบสวน ยังต้องผ่านการพิจารณาของพนักงานอัยการอีกขั้นหนึ่ง (20 เมษายน 2026) [1]
อัยการสูงสุดเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ และไม่ปรากฏเส้นทางเงินที่เชื่อมกับความผิดมูลฐานได้ชัดเจน อย่างที่เคยเขียนไปใน ข่าว DSI ถอนหมายจับแทนไท โดยคำชี้ขาดปี 2569 สั่งไม่ฟ้องครบ 6 ราย ของกลุ่มที่เข้าสู่การชี้ขาดครั้งนี้ ไม่ใช่อัตราการไม่ฟ้องของผู้ต้องหาทั้งคดีหรือคดีทั่วไป (13 สิงหาคม 2026) [2]

คำชี้ขาดทำให้ข้อขัดแย้งระหว่างความเห็นของ DSI กับพนักงานอัยการได้ข้อยุติ และไม่มีการยื่นฟ้องบุคคลที่อยู่ในคำสั่งต่อศาล ผลดังกล่าวเป็นคำสั่งในชั้นอัยการ ไม่ใช่คำพิพากษายกฟ้องหลังการพิจารณาคดีของศาล
เมื่อได้รับแจ้งคำชี้ขาดไม่ฟ้อง DSI ต้องยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอเพิกถอนหมายจับที่ออกไว้ในคดีนั้น การถอนหมายจึงเป็นผลต่อเนื่องจากคำสั่งไม่ฟ้อง และต้องดำเนินการผ่านศาล ซึ่งเป็นผู้ออกหมายเดิม
เมื่อแทนไทเดินทางกลับประเทศ หมายจับยังปรากฏอยู่ระหว่างรอขั้นตอนเพิกถอน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ชั่วคราวเพื่อตรวจสอบสถานะ หลัง DSI ดำเนินการตามคำสั่งไม่ฟ้องและกระบวนการถอนหมายเสร็จสิ้นจึงได้รับการปล่อยตัว
การถอนหมายจับมีผลเฉพาะหมายที่ออกในคดี และต่อบุคคลซึ่งคำสั่งไม่ฟ้องครอบคลุม ไม่ได้หมายความว่าคดีอื่น หรือมาตรการทางกฎหมายทุกประเภทสิ้นสุดตามไปด้วย จึงต้องตรวจสอบเลขคดี และฐานกฎหมายของแต่ละเรื่องแยกกัน
สำนักงาน ปปง. ชี้แจงว่าการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินเป็นมาตรการทางแพ่งที่แยกจากคดีอาญาล่าสุด คำสั่งไม่ฟ้องจึงไม่ทำให้คำสั่งศาลเกี่ยวกับทรัพย์สินสิ้นผล และผลของคดีทรัพย์สินก็ไม่ใช่คำพิพากษาว่าแทนไทมีความผิดในคดีอาญานี้

โดยหลัก เมื่อมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องแล้วจะสอบสวนบุคคลเดิม ในเรื่องเดียวกันอีกไม่ได้ เว้นแต่พบพยานหลักฐานใหม่ที่สำคัญ และมีน้ำหนักเพียงพอว่าจะนำไปสู่การลงโทษได้ จึงไม่สามารถนำคดีกลับมาเปิดใหม่จากข้อสงสัยเดิมเพียงอย่างเดียว
ในคดีอาญาที่อัยการสูงสุดชี้ขาด แทนไทจะไม่ถูกนำตัวไปฟ้อง และหมายจับที่เกี่ยวข้องถูกดำเนินการให้สิ้นผล แบบที่เขียนอธิบายไปใน หลังจากนี้ แทนไท จะเป็นยังไงต่อ ส่วนอนาคตทางกฎหมายต้องพิจารณาแยกจากคดีทรัพย์สิน คดีอื่น หรือพยานหลักฐานใหม่ที่อาจเกิดขึ้น โดยไม่ควรสรุปล่วงหน้าเกินข้อเท็จจริง
คดีล่าสุดยุติในชั้นอัยการด้วยคำสั่งไม่ฟ้อง และนำไปสู่การถอนหมายจับ แต่ไม่ได้ลบล้างกระบวนการเกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือเรื่องทางกฎหมายอื่น ซึ่งมีฐาน และผลแยกจากกัน

