
ถาม-ตอบ หลังจากนี้ แทนไท จะเป็นยังไงต่อ
- Chono
- 17 views

หลังจากนี้ แทนไท จะเป็นยังไงต่อ คำตอบก็คือ นายแทนไทสามารถกลับมาใช้ชีวิต ทำธุรกิจ และเดินทางเข้าออกประเทศได้ตามปกติ โดยไม่มีภาระทางคดีอาญา เนื่องจากเพิกถอนหมายจับ และพ้นสถานะผู้ต้องหาแล้ว หลังจากที่มี ข่าว DSI ถอนหมายจับแทนไท ทำให้นายแทนไทและพวกพ้อง กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
คดีอาญาในข้อหาฟอกเงินนี้ถือว่ายุติลงโดยสมบูรณ์ ไม่สามารถดำเนินคดีต่อในข้อหาเดิมได้อีก เนื่องจากอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาด ทำให้สำนวนคดีในชั้นพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้น เว้นแต่ในอนาคตจะมีการค้นพบพยานหลักฐานใหม่ ที่สามารถนำสืบเอาผิดได้ตามที่กฎหมายกำหนด
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา DSI ได้สั่งไม่ฟ้องนายแทนไทและพวกพ้อง (21 สิงหาคม 2026) [1] เมื่อเพิกถอนหมายจับ สถานะผู้ต้องหาตามหมายจับจะสิ้นสุดลงทันทีในทางกฎหมาย ส่งผลให้ไม่มีข้อจำกัดเรื่องการควบคุมตัว และสามารถเดินทางเข้าออกประเทศได้ตามปกติ
ที่ผ่านมา นายแทนไทและพวก ถูกดำเนินคดีในช่วงปี 2563-2564 เกี่ยวกับเว็บพนันและฟอกเงิน (12 สิงหาคม 2026) [2] แต่หลังจากที่มีการยกฟ้อง นายแทนไทและพวก สามารถกลับมาใช้ชีวิต ทำธุรกิจ และเดินทางได้อย่างอิสระโดยไม่ถูกจำกัดเสรีภาพ เนื่องจากกระบวนการทางอาญา ในข้อหาสมคบฟอกเงินนี้ได้สิ้นสุดลง
ไม่ต้องเดินทางไปรายงานตัวต่อ DSI พนักงานสอบสวน หรืออัยการอีกต่อไป คำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้องเด็ดขาด ส่งผลให้เงื่อนไขการประกันตัว หรือการนัดหมายรายงานตัวยกเลิกทั้งหมด สิทธิทางกฎหมายในการบังคับให้ปรากฏตัวในคดีนี้ ถือว่าสิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์
DSI ไม่สามารถเรียกตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม ในประเด็นหรือข้อหาเดิมที่ถูกสั่งไม่ฟ้องไปแล้วได้ เว้นแต่กระบวนการจะถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น ปัจจุบันการสอบสวนของ DSI สำหรับข้อกล่าวหานี้ ถือว่าปิดสำนวนลงอย่างสมบูรณ์

จะไม่มีการออกหมายจับใหม่ในข้อหาเดิม และพฤติการณ์เดิมอย่างแน่นอน ศาลจะไม่อนุมัติหมายจับซ้ำ เว้นแต่ DSI จะพบพยานหลักฐานใหม่สำคัญที่พึ่งค้นพบ และต้องเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักมากพอที่จะเปลี่ยนผลคดีเดิมตามที่กฎหมายอาญาระบุไว้
ไม่ต้องขึ้นศาลเพื่อต่อสู้คดีอาญาในข้อหาสมคบฟอกเงินนี้อีกต่อไป เนื่องจากสำนวนคดีถูกสั่งไม่ฟ้องในชั้นอัยการสูงสุด จึงไม่ได้ถูกยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาล กระบวนการชั้นศาล ในส่วนของคดีอาญาข้อหานี้ จึงยังไม่เคยเกิดขึ้นและจบลงก่อนถึงศาล
ทรัพย์สินในคดีอาญา จะพ้นจากการอายัด แต่ทรัพย์สิน 28 รายการ มูลค่า 174 ล้านบาท (19 สิงหาคม 2026) [3] ถูกริบตามกฎหมาย ปปง. ตามมาตรการทางแพ่งของ ปปง. ดำเนินการแยกขาดจากคดีอาญา และมีคำสั่งถึงที่สุด ให้ตกเป็นของแผ่นดิน คำสั่งไม่ฟ้องทางอาญา จึงไม่ส่งผลให้ได้รับทรัพย์สิน ในส่วนที่ศาลสั่งริบคืน
ผู้ต้องหาร่วมอีก 5 ราย ที่ถูกสั่งไม่ฟ้องพร้อมกัน จะได้รับผลประโยชน์ทางกฎหมายทันที ทุกคนได้รับการเพิกถอนหมายจับ และพ้นจากข้อกล่าวหาในสำนวนคดีนี้เช่นเดียวกัน ทำให้ทุกคนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและทำธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างเป็นปกติ (19 สิงหาคม 2026) [3]
ควรเข้าใจว่า “คำสั่งไม่ฟ้อง” คือการยุติคดีอาญา เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอในชั้นอัยการ ไม่ใช่การพิพากษาของศาลว่าบริสุทธิ์ และไม่เกี่ยวกับการยึดทรัพย์ทางแพ่งของ ปปง. การติดตามข่าวสาร จึงต้องแยกแยะระหว่างคดีอาญา คดีแพ่ง และขั้นตอนทางกฎหมายให้ชัดเจน
ติดตามได้จากสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจออกคำสั่งชี้ขาด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในฐานะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวน และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำหรับข้อมูลการดำเนินการทางแพ่ง
สรุปคือ ในทางอาญา แทนไทและพวกพ้อง ถือว่าหลุดพ้นจากข้อหาฟอกเงิน และกลับมาเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่มีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ เจ้าหน้าที่ DSI ไม่สามารถเรียกสอบ หรือจับกุมในข้อหาเดิมได้อีก เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานใหม่

