
ถาม-ตอบ Data Center ใช้ไฟทำไมเยอะ
- Chono
- 34 views

Data Center ใช้ไฟทำไมเยอะ นั่นก็เพราะว่า Data Center ใช้ไฟฟ้าสูง จำเป็นที่จะต้องจ่ายพลังงานให้กับเซิร์ฟเวอร์ Storage, Network และระบบ Cooling พร้อมกันตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะ AI Data Center ที่ใช้ GPU จำนวนมาก และมีความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้น
Data Center หรือศูนย์ข้อมูล คือสถานที่ที่รวบรวมระบบคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และเครือข่าย เพื่อรองรับการประมวลผลและให้บริการข้อมูลหรือแอปพลิเคชันต่างๆ ตลอดเวลา ปัจจุบัน Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ Cloud, AI และบริการดิจิทัลจำนวนมาก
หน้าที่หลักของ Data Center คือการประมวลผล, จัดเก็บ และส่งต่อข้อมูลให้กับเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบ Cloud ฐานข้อมูล และบริการออนไลน์ต่างๆ โดยเซิร์ฟเวอร์จะทำหน้าที่ประมวลผลคำสั่งและให้บริการข้อมูลแก่ผู้ใช้งาน หรือใครที่อยากรู้ว่า Data Center สร้างงานอะไรให้ไทย สามารถคลิกเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย
ภายใน Data Center มีองค์ประกอบสำคัญ เช่น Server, Storage, Network, UPS, Generator, ระบบ Cooling และระบบรักษาความปลอดภัย โดย Server ใช้ประมวลผลข้อมูล ส่วน Storage ใช้เก็บข้อมูล และ Network ทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน
เพราะบริการที่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ เช่น เว็บไซต์ ระบบธนาคาร ระบบ Cloud และแอปพลิเคชันออนไลน์ จำเป็นต้องพร้อมใช้งานตลอดเวลา หากเซิร์ฟเวอร์หยุดทำงานอาจทำให้ผู้ใช้จำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงบริการได้
AI Data Center ต้องใช้ GPU และระบบประมวลผลแบบขนานจำนวนมาก จึงมี Power Density ต่อแร็กสูงกว่า และต้องให้ความสำคัญกับระบบ Cooling และ Network มากขึ้น ตัวอย่าง NVIDIA DGX GB200 ระบุว่า Scalable Unit หนึ่งชุดต้องใช้กำลังไฟประมาณ 1.2 MW และใช้ทั้ง Direct Liquid Cooling กับ Air Cooling เพื่อจัดการความร้อน (2025-11-19) [1]

Server คือระบบคอมพิวเตอร์สำหรับให้บริการและประมวลผลข้อมูล ส่วน GPU เป็นหน่วยประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อจัดการงานจำนวนมากแบบขนานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเซิร์ฟเวอร์หนึ่งเครื่อง สามารถติดตั้ง GPU ได้หลายตัว
เซิร์ฟเวอร์และ GPU เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าส่วนใหญ่ให้กลายเป็นความร้อนขณะประมวลผล หากปล่อยให้ความร้อนสะสม อุปกรณ์อาจลดความเร็ว เกิดความเสียหาย หรือหยุดทำงานได้ จึงต้องมีระบบ Cooling เพื่อควบคุมอุณหภูมิและนำความร้อนออกจากพื้นที่ Data Center
Liquid Cooling คือระบบระบายความร้อนที่ใช้ของเหลวเป็นตัวนำความร้อนออกจากอุปกรณ์แทนการพึ่งพาอากาศเพียงอย่างเดียว โดยรูปแบบ Direct-to-Chip สามารถติดตั้ง Cold Plate บน GPU หรือ CPU จากนั้นจึงหมุนเวียนสารหล่อเย็น เพื่อดึงความร้อนออกโดยตรง
ผลกระทบหลักมาจากการใช้ไฟฟ้า การปล่อยคาร์บอน และการใช้น้ำเพื่อระบบ Cooling โดยผลกระทบจริงขึ้นอยู่กับแหล่งผลิตไฟฟ้าและเทคโนโลยีระบายความร้อนของแต่ละศูนย์ข้อมูล IEA ระบุว่า Data Center ใช้ไฟฟ้าทั่วโลกประมาณ 415 TWh หรือราว 1.5% ของการใช้ไฟฟ้าโลกในปี 2024 (สืบค้นเมื่อ 2026-09-20) [2]
Cloud Computing คือการให้ผู้ใช้เข้าถึงทรัพยากรคอมพิวเตอร์ เช่น Server, Storage และฐานข้อมูลผ่านเครือข่าย โดยทรัพยากรเหล่านี้ต้องทำงานอยู่บนโครงสร้างพื้นฐาน Data Center ดังนั้น Cloud จึงสามารถมองได้ว่าเป็นบริการที่ทำงานอยู่บน Data Center และเครือข่ายขนาดใหญ่
ในปี 2026 แนวโน้มสำคัญคือการขยายตัวของ AI Data Center, GPU computing, liquid cooling, ระบบไฟฟ้าความหนาแน่นสูง และพลังงานหมุนเวียน โดย IEA ประเมินว่าการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ทั่วโลกอาจเพิ่มจาก 485 TWh ในปี 2025 เป็นประมาณ 950 TWh (สืบค้นเมื่อ 2026-09-20) [3]
สรุปได้ว่า Data Center จำเป็นต้องใช้พลังงานจำนวนมาก เพราะต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์นับแสนเครื่องที่เปิดทำงานพร้อมกันตลอดเวลา ทำให้เกิดความร้อนสะสม สิ่งนี้จึงทำให้ต้องเปิดใช้งานระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เสียหาย

