
รวมประเด็นถาม-ตอบ โจเอล เอ็มบีด กับจุดจบเดอะแบก
- Harry P
- 7 views

โจเอล เอ็มบีด กับจุดจบเดอะแบก ไม่ได้หมายความว่าโจเอล เอ็มบีด (Joel Embiid) หมดความสำคัญกับ Sixers แต่คือช่วงเวลาที่ทีม อาจไม่ต้องฝากทุกอย่างไว้บนบ่าของเขาเหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะทีมมีตัวทำเกม และตัวทำแต้มรอบข้างมากขึ้น ภาระของเอ็มบีดจึงควรถูกแบ่งออก
จริงในแง่บทบาท แต่ยังไม่ใช่ในแง่ความสามารถ เพราะ Sixers ไม่จำเป็นต้องสร้างเกมรุกทั้งหมดผ่านเอ็มบีดเหมือนเดิมอีกแล้ว ฤดูกาลใหม่นี้ทีมมีทางเลือกในการสร้างเกมมากขึ้น ทำให้สามารถใช้เอ็มบีดตามจังหวะ และตามคู่แข่ง มากกว่าฝากให้เขาเป็นคนแก้ทุกปัญหาด้วยตัวเอง
เพราะคู่แข่งจะทุ่มเกมรับใส่เอ็มบีดได้ยากกว่าเดิม เมื่อข้างๆมีทั้ง เลอบรอน เจมส์, เจย์เลน บราวน์ และไทรีส แม็กซีย์ ที่สามารถสร้างเกม และทำแต้มเองได้ การส่งตัวช่วยมาปิดโจเอล เอ็มบีดมากเกินไป จึงมีโอกาสเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นคนอื่นเล่นง่ายขึ้น (27 กรกฎาคม 2026) [1]
ใช่ และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่สุด เอ็มบีดลงรวมเพียง 96 เกมในสามฤดูกาลล่าสุด และปี 2025-26 ลงฤดูกาลปกติ 38 เกม ก่อนต้องผ่าตัดไส้ติ่งฉุกเฉินในช่วงปลายฤดูกาล แล้วมีปัญหาข้อเท้ากับสะโพกตามมาในเพลย์ออฟ (7 สิงหาคม 2026) [2]

พิสูจน์ว่าเขายังทำได้ แต่ก็พิสูจน์พร้อมกันว่า Sixers ไม่ควรบังคับให้ทำตลอด หลังกลับมาจากผ่าตัดไส้ติ่ง เอ็มบีดระเบิด 34 แต้ม 12 รีบาวด์ 6 แอสซิสต์ใน Game 7 พา Philadelphia พลิกซีรีส์จากตาม Boston Celtics และผ่านเข้ารอบสองได้ (3 พฤษภาคม 2026) [3]
ในเรื่องความต่อเนื่อง และความเป็นผู้นำ Maxey ขยับเข้าใกล้สถานะนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ที่น่าสนใจคือเอ็มบีดเองก็เคยเรียก Maxey ว่า “The Franchise” และการมาของ LeBron James กับ Brown ยิ่งเปิดทางให้ Philadelphia เลิกนิยามตัวเองว่าเป็นทีมของเอ็มบีดคนเดียว
ควรเป็นตัวปิดบัญชี มากกว่าคนเปิดเกมเอง Sixers ควรใช้เขาหนักเมื่อคู่แข่งไม่มีคนรับมือวงใน ปล่อย LeBron James, Maxey และ Brown ช่วยสร้างเกม แล้วเก็บเอ็มบีดไว้เล่นในพื้นที่ที่เขาได้เปรียบจริง
คำตอบโดยสรุปคือ คงหนีเสียงวิจารณ์ไม่พ้น แต่คราวนี้การโยนทุกอย่างให้โจเอล เอ็มบีดคนเดียวจะยากกว่าเดิม เพราะ Philadelphia มีทั้งอดีต MVP อย่าง LeBron James, Finals MVP อย่าง Jaylen Brown, All-NBA อย่าง Tyrese Maxey และดาวรุ่งอย่าง Edgecombe อยู่รอบตัวเขาแล้ว

