
บทบาทต่อไปของไทรีส แม็กซีย์ FAQ เคลียร์ทุกประเด็น
- Harry P
- 10 views

บทบาทต่อไปของไทรีส แม็กซีย์ (Tyrese Maxey) อาจไม่ใช่การแบก Philadelphia 76ers ให้หนักกว่าเดิม แต่คือการทำให้น้อยลงแล้วอันตรายขึ้น หลังทีมเติมทั้ง LeBron James และ Jaylen Brown เข้ามารอบตัวเขา ขณะที่ Joel Embiid และ VJ Edgecombe ยังอยู่ในโครงหลัก
เสียแน่นอนบางส่วน แต่ไม่ได้แปลว่าเสียความสำคัญ Nick Nurse มอง LeBron James เป็นผู้เล่นที่สามารถสร้างเกมรุกให้ทีมได้ ขณะที่แม็กซีย์เองก็พูดถึงการใช้แรงดึงดูดของตัวเอง เวลาไม่มีบอลมากขึ้นตั้งแต่ช่วงหลังจบฤดูกาล
อาจไม่มีคำว่าเบอร์หนึ่งชัดๆ และนั่นอาจดีที่สุดสำหรับแม็กซีย์ เจย์เลน บราวน์ เองเคยให้สัมภาษณ์หลังการเปลี่ยนแปลงบทบาทในทีมว่า “ความสำเร็จของทีมสำคัญกว่าการทำคะแนนส่วนตัว” ซึ่งสะท้อนแนวคิดเรื่องการแบ่งบทบาท และการเสียสละเพื่อชัยชนะร่วมกันอย่างชัดเจน (7 สิงหาคม 2026) [1]
ไม่ใช่แค่เรื่องทำแต้ม เพราะ Nick Nurse อยากเห็นทั้งเกมกลางระยะ เกมรับ และความเป็นผู้นำเพิ่มขึ้น Nurse มองว่าแม็กซีย์มีทั้งความเร็วในการเข้าหาห่วง และระยะชู้ตอยู่แล้ว แต่พื้นที่ตรงกลางระหว่างสองอย่างนี้ยังสามารถเติมได้อีก
ฤดูกาลก่อนแม็กซีย์ทำเฉลี่ย 28.3 แต้ม 6.6 แอสซิสต์ และก้าวขึ้นสู่ All-NBA เป็นครั้งแรก แต่โจทย์ของปี 2026-27 ไม่ใช่ว่าเขาจะทำแต้มได้อีกไหม เพราะเรื่องนั้นพิสูจน์ไปแล้ว คำถามใหม่คือ เขาจะเปลี่ยนจากผู้เล่นที่ต้องสร้างเกมเอง ไปเป็นคนที่เลือกจังหวะฆ่าคู่แข่งได้หรือไม่ (12 สิงหาคม 2026) [2]

มีโอกาสช่วยมากกว่าแย่ง เพราะ Edgecombe สามารถรับหน้าที่ถือบอล และพาบอลขึ้นเกมบางช่วง ทำให้แม็กซีย์ไม่จำเป็นต้องเป็น point guard เต็มเวลาอีกต่อไป และสามารถกลับไปใช้จุดแข็งอย่างความเร็ว การเคลื่อนที่ และการชู้ตหลังรับบอลมากขึ้น (22 เมษายน 2026) [3]
ยังต้องการตัวช่วยที่ทำให้ทีมไม่เสียรูปเมื่อแกนหลักพัก โดยเฉพาะวงในสำรองที่ช่วยรีบาวด์ และเปิดพื้นที่ได้ เพราะต่อให้ Sixers มีตัวทำแต้มเยอะแล้ว สิ่งที่แม็กซีย์ต้องการไม่ใช่คนมาแย่งบอลเพิ่ม แต่คือผู้เล่นที่ทำให้งานรอบตัวเขาง่ายขึ้น
อาจเป็นตัวช่วยที่เหมาะมาก แต่ปัญหาตอนนี้อยู่ที่เงินมากกว่าฝีมือ Kevin Love เป็นตัวเลือกประสบการณ์สูงที่จะช่วยเพิ่มมิติให้ทีม แต่โครงสร้างเพดานค่าเหนื่อยของ Philadelphia 76ers ทำให้การดึงตัวเขาเข้ามาไม่ง่ายอย่างที่คิด (8 สิงหาคม 2026) [4]
คำตอบโดยสรุปคือ มีโอกาสมาก เพราะสิ่งที่แม็กซีย์ต้องลดลงคือภาระ ฤดูกาลก่อนเขาพิสูจน์แล้วว่าสามารถแบกเกมรุก และยืนเป็นตัวหลักในเพลย์ออฟได้ แต่ทีมชุดใหม่ไม่ควรขอให้เขาทำแบบนั้นทุกคืนอีก โจทย์ต่อไปคือ ในทีมที่ใครก็ทำแต้มได้ แม็กซีย์จะกลายเป็นคนที่คู่แข่งหยุดไม่ได้หรือไม่

