
ถาม-ตอบ นักฟุตบอล ได้เงินจากค่าตัวหรือไม่
- Good Day's
- 8 views

นักฟุตบอล ได้เงินจากค่าตัวหรือไม่ โดยนักฟุตบอลไม่ได้รับค่าตัวโดยอัตโนมัติ เพราะเงินส่วนนี้ เป็นค่าตอบแทนที่สโมสรใหม่ จ่ายให้สโมสรเดิม ส่วนรายได้ของผู้เล่นมาจากสัญญาจ้าง และข้อตกลงอื่น ๆ จากการตกลงค่าตัวซื้อขายแบบแยกกัน อย่างที่เคยเขียนไปใน ค่าตัวนักฟุตบอล คิดจากอะไร จากบทความก่อนหน้านี้
โดยทั่วไป นักฟุตบอลไม่ได้เป็นผู้รับค่าตัวที่เกิดจากการซื้อขาย เนื่องจากสโมสรเดิมได้รับเงิน เพื่อแลกกับการยุติสัญญา และปล่อยตัว ผู้เล่นจะได้รับค่าเหนื่อย โบนัสเซ็นสัญญา เงินกินเปล่า หรือสิทธิประโยชน์ตามที่ตกลงกับสโมสรใหม่ หากมีส่วนแบ่งจากการย้ายทีม ต้องเขียนเป็นเงื่อนไขเฉพาะ และไม่ขัดต่อกฎ หรือกฎหมายที่ใช้กับสัญญานั้น
ค่าตัวเป็นค่าตอบแทนที่สโมสรใหม่จ่ายให้ทีมเดิม เพื่อปล่อยนักเตะออกจากสัญญา ส่วนรายได้ของผู้เล่นต้องตกลงแยกต่างหาก ตัวอย่างในปี 2024 เอ็มบัปเปย้ายแบบไม่มีค่าตัว จึงไม่มีเงินส่งให้เปแอสเช แต่ผู้เล่นได้รับสิทธิ์ในภาพลักษณ์ 80% จากข้อตกลงใหม่ (3 มิถุนายน 2024) [1]
นักเตะอาจเจรจาให้มีส่วนแบ่ง หรือโบนัสเมื่อถูกขายได้ หากข้อกำหนดดังกล่าวได้รับการยอมรับ จากสโมสร และไม่ขัดต่อกฎ ผู้เล่นจะได้รับเงินส่วนนี้ เพราะสิทธิ์ตามสัญญา ไม่ใช่เพราะนักเตะทุกคน มีสิทธิ์แบ่งค่าตัวโดยอัตโนมัติ
เงินตอบแทนความภักดี เป็นโบนัสที่สโมสรเดิมสัญญาจะจ่าย เมื่อผู้เล่นปฏิบัติตามเงื่อนไข ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของค่าตัวโดยตรง เมื่อเกิดการย้ายทีม นักเตะจะยังได้รับ หรือเสียสิทธิ์ ต้องพิจารณาสาเหตุการย้าย และข้อความในสัญญา

เงินกินเปล่า เป็นค่าตอบแทนจากสโมสรใหม่ เพื่อจูงใจให้นักเตะลงนาม จึงแยกจากค่าตัวที่จ่ายให้สโมสรเดิม กำหนดจ่ายอาจเป็นเงินก้อน หรือแบ่งตามอายุสัญญา ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างผู้เล่นกับทีมใหม่
ค่าตัวที่สูง ไม่ได้ทำให้นักเตะได้รับเงินเพิ่มทันที เพราะจำนวนดังกล่าว เป็นข้อตกลงระหว่าง 2 สโมสร ผู้เล่นจะได้เงินมากขึ้น ต่อเมื่อเจรจาค่าเหนื่อย โบนัส หรือส่วนแบ่งจากการย้ายทีมไว้ในสัญญาเท่านั้น
ค่าเหนื่อย กับค่าตัว เป็นค่าใช้จ่ายคนละประเภท โดยค่าตัวส่งให้สโมสรเดิม ส่วนค่าเหนื่อยจ่ายแก่นักเตะตามสัญญาจ้าง แม้สโมสรจะประเมินทั้ง 2 รายการ เป็นต้นทุนรวมของดีล แต่ผู้รับเงิน และกำหนดชำระยังแยกจากกัน
สโมสรอาจจ่ายค่าตอบแทนให้นักเตะเพื่อใช้ชื่อ ภาพถ่าย หรือภาพลักษณ์ในงานประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ เงินส่วนนี้ขึ้นอยู่กับสัญญาภาพลักษณ์ และผู้ถือสิทธิ์ จึงไม่ถูกนับเป็นส่วนแบ่งค่าตัวโดยตรง
การยื่นขอย้ายทีมอาจกระทบโบนัสความภักดี หรือสิทธิประโยชน์บางรายการ หากสัญญา หรือระเบียบภายในกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นจะไม่เสียค่าเหนื่อย หรือโบนัสทั้งหมดโดยอัตโนมัติ แต่ต้องตรวจเงื่อนไขของแต่ละสิทธิ์แยกกัน

ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องนำเงินส่วนตัวมาจ่ายเสมอไป เพราะสโมสรใหม่ อาจเป็นผู้สนับสนุน หรือดำเนินการชำระตามช่องทางของประเทศนั้น ตัวอย่างในปี 2017 ปารีส แซงต์ แชร์กแมงใช้ค่าฉีกสัญญา 222 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัวเนย์มาร์จากบาร์เซโลนา (3 สิงหาคม 2017) [2]
เมื่อสโมสรใหม่ ไม่ต้องจ่ายค่าตัวให้ทีมเดิม นักเตะอาจมีอำนาจต่อรองค่าเหนื่อย เงินกินเปล่า หรือโบนัสได้มากขึ้น แต่จำนวนเงินที่ได้รับไม่เพิ่มขึ้นเสมอไป เพราะยังขึ้นอยู่กับความต้องการของสโมสร ฝีเท้า และเงื่อนไขในสัญญา
นักฟุตบอล ไม่ได้รับค่าตัวเป็นหลัก แต่สามารถมีรายได้จากค่าเหนื่อย โบนัส เงินกินเปล่า และส่วนแบ่งที่ตกลงไว้ต่างหาก ตามสัญญาแต่ละฉบับ

