
ถาม-ตอบ ทำไม แทนไท ไม่ถูกฟ้อง
- Good Day's
- 16 views

ทำไม แทนไท ไม่ถูกฟ้อง เพราะอัยการสูงสุดเห็นว่าพยานหลักฐาน ยังเชื่อมเส้นทางเงินกับความผิดมูลฐานได้ไม่เพียงพอ จึงไม่อาจนำข้อกล่าวหาฟอกเงินขึ้นสู่ศาลได้ แบบที่เขียนอธิบายไปใน คดี แทนไท ล่าสุด จากบทความก่อนหน้านี้
เหตุผลหลัก ๆ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเอกสาร หรือความซับซ้อนของสำนวน แต่อยู่ที่การพิสูจน์ว่าเงิน หรือทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับรายได้ จากความผิดมูลฐานหรือไม่ เมื่อยังขาดหลักฐานเชื่อมโยงที่ชัดเจน อัยการสูงสุดจึงชี้ขาดไม่ฟ้องบุคคลที่อยู่ในการพิจารณาครั้งนี้
สถานะล่าสุด คืออัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องแทนไท และพวกรวม 6 ราย จากผู้ต้องหาเดิม 11 ราย ในปี 2569 เมื่อเปรียบเทียบเชิงจำนวนเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหาที่เหลือได้รับผลคดีแบบเดียวกัน (13 สิงหาคม 2026) [1]
จุดสำคัญคือไม่พบหลักฐานชัดเจน ว่าเงินของแทนไท และผู้ที่อยู่ในคำสั่งมาจากรายได้ของเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งถูกใช้เป็นความผิดมูลฐาน เมื่อแหล่งที่มาของเงินยังเชื่อมกันไม่ได้ องค์ประกอบข้อหาฟอกเงิน จึงยังไม่เพียงพอสำหรับยื่นฟ้อง
คดีฟอกเงิน ต้องแสดงให้ได้ว่าทรัพย์สินเกี่ยวข้อง หรือได้มาจากความผิดที่กฎหมายกำหนดไว้ก่อน ความผิดดังกล่าว เรียกว่าความผิดมูลฐาน หากพิสูจน์ต้นทางของทรัพย์สินไม่ได้ การมีธุรกรรมทางการเงินเพียงอย่างเดียว ยังไม่พอจะสรุปว่าเป็นการฟอกเงิน

การตรวจสอบ ไม่พบการโอนเงินจากผู้ถูกกล่าวหาหลัก ในคดีเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ มายังแทนไทอย่างชัดเจน ธุรกรรมบางส่วน อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมอื่น แต่ยังไม่แสดงว่าเป็นเงินที่เกิดจากความผิดมูลฐาน ตามข้อกล่าวหาในสำนวนนี้
DSI มองภาพรวมของเครือข่าย ธุรกรรม และความสัมพันธ์ ระหว่างบุคคลแล้วเห็นว่ามีน้ำหนักสมควรฟ้อง ขณะที่ฝ่ายอัยการพิจารณาว่าหลักฐาน ยังเชื่อมแต่ละบุคคลเข้ากับเงินจากความผิดมูลฐานไม่ครบถ้วน จึงเกิดความเห็นต่างในทางคดี
DSI ส่งสำนวนเกี่ยวกับผู้ต้องหา 11 ราย ซึ่งประกอบด้วยเอกสาร 39 แฟ้ม รวม 12,816 แผ่น แต่ปริมาณเอกสาร ไม่ได้กำหนดผลคดีโดยตรง สิ่งสำคัญคือเนื้อหาในหลักฐานต้องพิสูจน์องค์ประกอบความผิด และเชื่อมถึงผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายได้ (20 เมษายน 2026) [2]
อัยการต้องประเมินว่าพยานหลักฐานน่าเชื่อถือ เชื่อมโยงถึงผู้ต้องหา และมีน้ำหนักเพียงพอสำหรับพิสูจน์ความผิดในศาลหรือไม่ ความสงสัยหรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว จึงยังไม่เพียงพอ หากขาดหลักฐานที่รองรับองค์ประกอบตามกฎหมาย
หลังพนักงานอัยการมีความเห็นไม่ฟ้อง ฝ่าย DSI ได้ทำความเห็นแย้ง และยืนยันว่าควรดำเนินคดี เมื่อสองหน่วยงานเห็นต่างกัน สำนวนจึงถูกส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาดตามขั้นตอน และคำสั่งที่ออกมา คือไม่ฟ้องกลุ่มบุคคลดังกล่าว

คำสั่งไม่ฟ้อง หมายถึงหลักฐานในสำนวนยังไม่เพียงพอ ให้อัยการนำข้อกล่าวหานี้ขึ้นสู่ศาล ไม่ใช่คำพิพากษายกฟ้องหลังการไต่สวน และไม่ควรถูกตีความทั้งในทางยืนยันความผิด หรือกล่าวหาต่อ โดยไม่มีหลักฐานเพิ่มเติม
ควรแยกข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน ออกจากคำสั่งของอัยการ รวมถึงไม่ปะปนคดีอาญาล่าสุด กับมาตรการเกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือคดีชุดก่อน การตรวจสอบวันที่ เลขคดี และหน่วยงานที่ออกคำสั่ง จะช่วยให้เข้าใจข่าวได้ถูกต้องขึ้น
แทนไทไม่ถูกฟ้อง เพราะหลักฐานยังไม่แสดงความเชื่อมโยง ระหว่างเงินกับความผิดมูลฐานได้ชัดเจน คำสั่งดังกล่าว จึงเป็นผลจากการประเมินน้ำหนักพยานหลักฐาน ไม่ใช่จำนวนเอกสาร หรือกระแสข่าวรอบคดี

