
รวมถาม-ตอบเกี่ยวกับ กีฬา Race Walking
- Chono
- 10 views

กีฬา Race Walking คือกีฬากรีฑาประเภทหนึ่ง ที่ผสมผสานความเร็วของการวิ่ง เข้ากับกติกาการเดินอย่างเคร่งครัด ทำให้นักกีฬาทุกคน ต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัว เพื่อทำเวลาให้ดีที่สุด โดยไม่ผิดกติกาการแข่งขัน
คำตอบก็คือ Race Walking คือการเดินที่ต้องรักษากติกาเฉพาะ นั่นก็คือ เท้าต้องแตะพื้นตลอดเวลา และขาหน้าต้องเหยียดตรง จนกว่าจะตั้งฉากกับลำตัว ต่างจากการเดินทั่วไป ที่ไม่มีข้อกำหนดเรื่องท่าทางเหล่านี้ ทำให้นักกีฬาต้องอาศัยเทคนิคการหมุนสะโพก และจังหวะก้าว ที่ฝึกฝนมาโดยเฉพาะ
ในการแข่งขันระดับโอลิมปิกปี 2024 นักกีฬาสามารถทำความเร็วเฉลี่ย 50 กิโลเมตร และโอลิมปิกในยุคปัจจุบัน ได้ปรับเปลี่ยนการเดินเร็ว 20 กิโลเมตร ทั้งชายและหญิง ซึ่งเร็วกว่าการเดินเร็วทั่วไปหลายเท่า แต่ยังต้องคุมเทคนิคให้ถูกกติกาตลอดการแข่งขัน (25 มิถุนายน 2026) [1]
กติกาหลักคือ เท้าต้องแตะพื้นตลอดเวลา และขาหน้าต้องเหยียดตรง ตั้งแต่แตะพื้นจนตั้งฉากกับลำตัว ในระดับโลก นักกีฬาสามารถทำความเร็วได้ประมาณ 4.00-4.30 นาทีต่อกิโลเมตร (16 พฤศจิกายน 2025) [2]
คำตอบก็คือ เพราะกติกากำหนดให้ต้องมีเท้าแตะพื้นตลอดเวลา หากทั้งสองเท้าลอยพ้นพื้นพร้อมกัน ถือว่าผิดกติกาการแข่งขัน และนี่คือเส้นแบ่งสำคัญระหว่าง “เดิน” กับ “วิ่ง” ที่ทำให้กีฬานี้ ต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะตัวสูงมาก
กรรมการแต่ละท่าน จะสามารถให้ใบแดงคนละใบเท่านั้น หากไม่มีการใช้ระบบสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ เจ้าหน้าที่จะนำใบแดงไปส่งที่กระดานประกาศ ซึ่งจะอยู่ห่างจากเส้นชัยประมาณ 100 เมตร (4 กรกฎาคม 2023) [3]

กรรมการจะทำการเตือนนักกีฬาด้วยใบเหลือง หากมีการวางขาโค้งหรือลอยตัว และถ้าหากทำผิดกติกาอย่างชัดเจน จะให้ใบแดง และเมื่อนักกีฬาสะสมใบแดงครบเกณฑ์ จะถูกตัดสิทธิ์ทันที หรือบางรายการต้องไปหยุดพักในพื้นที่สำหรับลงโทษ ก่อนกลับมาแข่งต่อ
รองเท้าเดินเร็วพื้นบางเบา กระชับ รองรับแรงกระแทกดี แต่ยังคงความยืดหยุ่นของข้อเท้า ต่อมาก็คือเสื้อผ้ารัดรูประบายอากาศ พร้อมอุปกรณ์เสริมอย่างหมวกและแว่นกันแดด สำหรับรายการระยะไกลกลางแจ้ง
ในอดีต สนามดั้งเดิมที่ใช้ในการแข่งขันแห่งแรก เป็นสนามของสมาคมกรีฑาสมัครเล่น แต่ต่อมาสนามแข่งขันกีฬาเดินเร็ว ก็ได้มีการแบ่งประเภทออกมาอย่างชัดเจน ได้แก่ สนามลู่กรีฑาในสเตเดียม (Track) และสนามถนนภายนอก (Road) โดยมักจัดเป็นเส้นทางวงกลม
ฝึกเทคนิคเหยียดขาตรง และหมุนสะโพกเพื่อเร่งความเร็ว โดยที่ไม่ผิดกติกา ต่อมาก็คือ การฝึกความอดทนแบบแอโรบิก รวมถึงฝึกความแข็งแรงแกนกลางลำตัวและข้อเท้า เพื่อรักษาฟอร์มการเดินให้นิ่งตลอดระยะทางไกล
การเล่นกีฬาประเภทนี้ จะช่วยพัฒนาระบบหัวใจ และหลอดเลือดได้ดี เทียบเท่าการวิ่ง แต่แรงกระแทกต่อข้อต่อน้อยกว่ามาก อีกทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อสะโพก แกนกลางลำตัว และความยืดหยุ่นของข้อเท้า หรือใครที่ต้องการดูบทความรีวิวกีฬาประเภทอื่นๆ สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ กีฬาประหลาดจากทั่วโลก มีอะไรบ้าง
ปี 2026 เป็นโอลิมปิกฤดูหนาว (มิลาน-กอร์ตีนา) จึงไม่มีเดินเร็วแข่ง แต่มีศึกชิงแชมป์โลกที่บราซิเลียแทน รายการนี้มี 40 ชาติเข้าร่วม จีนคว้าทองไป 3 จาก 11 รายการ ถือเป็นการอุ่นเครื่องก่อนโอลิมปิกฤดูร้อน (15 กรกฎาคม 2026) [4]
สรุปแล้ว Race Walking คือกีฬาเดินเร็ว ซึ่งแตกต่างจากการวิ่งปกติ และจะต้องเดินเร็วตามกติกาโดยเฉพาะ ทำให้กีฬาประเภทนี้ ต้องอาศัยทั้งความเร็ว ความอดทน และเทคนิคที่แม่นยำ ภายใต้การควบคุมของกรรมการที่เข้มงวด

