
ถาม-ตอบเกี่ยวกับ กีฬา Polocrosse
- Chono
- 20 views

กีฬา Polocrosse เป็นกีฬาขี่ม้าประเภททีมที่ผสมผสานทักษะบางส่วนของกีฬาโปโลและลาครอส ผู้เล่นใช้แร็กเกตที่มีตาข่ายสำหรับรับ ส่ง และขว้างลูกบอลเพื่อทำคะแนน โดยต้องควบคุมม้าไปพร้อมกับประสานงานกับเพื่อนร่วมทีม
Polocrosse ในรูปแบบสมัยใหม่พัฒนาขึ้นในออสเตรเลียช่วงทศวรรษ 1930 หลังจาก Edward และ Marjory Hirst พบเห็นกิจกรรมที่เรียกว่า Polo La Crosse ในอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1938 ทั้งสองจึงนำแนวคิดกลับมาปรับปรุงร่วมกับ Alf Pitty และจัดการสาธิตกีฬาที่ออสเตรเลียในปี ค.ศ. 1939 (2017-02-27) [1]
ชื่อ Polocrosse สะท้อนแนวคิดที่นำองค์ประกอบของกีฬาโปโลมาผสมกับการเล่นลูกบอลด้วยอุปกรณ์ลักษณะคล้ายแร็กเกตของลาครอส โดยผู้เล่นต้องขี่ม้าและใช้ตาข่ายที่ปลายด้ามสำหรับควบคุมลูกบอล กีฬานี้จึงมีเอกลักษณ์แตกต่างจากกีฬาขี่ม้าทั่วไป หรือใครต้องการดูบทความอื่นๆ สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ กีฬาประหลาดจากทั่วโลก มีอะไรบ้าง
ความแตกต่างหลักอยู่ที่อุปกรณ์และวิธีควบคุมลูกบอล เพราะกีฬาโปโลใช้ไม้ตีลูกบอล ส่วน Polocrosse ใช้แร็กเกตตาข่ายสำหรับรับและขว้างลูกบอล นอกจากนี้ Polocrosse ยังมีผู้เล่นตำแหน่งรุก กลาง และรับอย่างชัดเจน โดยแต่ละตำแหน่งมีขอบเขตการเล่นตามกติกา
Polocrosse สามารถใช้ม้าหลายสายพันธุ์ได้ โดยในออสเตรเลียนิยมใช้ Australian Stock Horse และม้าที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 16 แฮนด์พบได้ทั่วไป อย่างไรก็ตาม กติกาไม่ได้จำกัดส่วนสูงของม้า แต่กำหนดให้ม้ามีสุขภาพแข็งแรงและปลอดภัยต่อการแข่งขัน รวมถึงไม่อนุญาตให้ใช้ม้าพ่อพันธุ์ลงเล่น (2026) [2]
การแข่งขัน Polocrosse แบบมาตรฐานมีผู้เล่นทีมละ 6 คน แบ่งเป็น 2 ชุด ชุดละ 3 คน โดยทั้งสองชุดจะสลับกันลงสนามในแต่ละช่วงการแข่งขันที่เรียกว่า Chukka รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้เล่นมีเวลาพักระหว่างช่วงและทำให้เกมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง (2026) [2]

แร็กเกต Polocrosse มีด้ามยาวและตาข่ายหลวมที่ปลายด้ามสำหรับรับลูกบอลยาง ผู้เล่นสามารถใช้ตาข่ายตักลูกจากพื้น รับลูกที่ส่งมา และขว้างบอลไปยังเพื่อนร่วมทีมขณะขี่ม้าได้ อุปกรณ์ชิ้นนี้จึงต้องอาศัยการควบคุมมือและจังหวะการเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำ
ผู้เล่นต้องส่งลูกบอลไปยังผู้เล่นตำแหน่งหมายเลข 1 ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่บุกและทำประตู โดยต้องขว้างบอลให้ผ่านระหว่างเสาประตูจากตำแหน่งที่กติกากำหนด เสาประตูมีระยะห่าง 8 ฟุต และผู้เล่นต้องคำนึงถึงเขตทำประตูรวมถึงตำแหน่งของผู้เล่นฝ่ายรับด้วย (2026) [2]
จริงๆ แล้ว Polocrosse ไม่ได้กำหนดให้ผู้เล่นต้องเปลี่ยนม้าทุกช่วงการแข่งขัน แต่ใช้ระบบสลับชุดผู้เล่น 3 คนลงสนามในแต่ละ Chukka เพื่อให้ผู้เล่นและม้าได้พักตามรูปแบบการแข่งขัน โดยทั่วไปผู้เล่นใช้ม้าตัวเดิมตลอดทัวร์นาเมนต์ เว้นแต่เกิดการบาดเจ็บหรือมีเหตุให้เปลี่ยนตามกติกา (2026) [2]
ผู้เล่นต้องใช้มือควบคุมแร็กเกตให้ตาข่ายรับลูกบอลได้พอดี พร้อมบังคับทิศทางและความเร็วของม้าไปด้วย การรับลูกจากพื้นหรือจากเพื่อนร่วมทีมต้องอาศัยการกะระยะ สายตา และการประสานงานระหว่างร่างกายกับม้า เมื่อฝึกจนชำนาญ ผู้เล่นจึงสามารถรับ ส่ง และขว้างบอลระหว่างเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่ว
Polocrosse มีความเสี่ยงจากการขี่ม้าด้วยความเร็ว การปะทะ และการใช้แร็กเกตในพื้นที่ที่มีผู้เล่นหลายคน จึงต้องมีมาตรการป้องกันทั้งผู้เล่นและม้า เช่น สวมหมวกนิรภัยสำหรับขี่ม้าและใช้อุปกรณ์ป้องกันขาม้า นอกจากนี้ กติกายังห้ามการเล่นที่ก่อให้เกิดอันตรายและกำหนดบทลงโทษสำหรับการกระทำผิด
มือใหม่สามารถเริ่มเรียน Polocrosse ได้ หากมีพื้นฐานการขี่ม้าและพร้อมฝึกทักษะการใช้แร็กเกตเพิ่มเติม โดยควรเริ่มจากบทเรียนกับผู้ฝึกสอนหรือสโมสรที่มีประสบการณ์ พร้อมใช้อุปกรณ์นิรภัยที่เหมาะสม หลายสโมสรเปิดโอกาสให้ผู้เริ่มต้นฝึกด้วยอุปกรณ์ของสโมสรก่อนตัดสินใจซื้อเอง
สรุปได้ว่า Polocrosse คือกีฬาประเภททีมบนหลังม้าที่ผสมผสานระหว่างโปโลและลาครอส ผู้เล่นแต่ละคนถือไม้สติ๊กที่ปลายเป็นตาข่ายเพื่อใช้ตัก ส่ง และรับลูกบอลยาง จากนั้นจึงขี่ม้าแข่งกันทำคะแนนด้วยการส่งลูกบอลเข้าประตูของฝ่ายตรงข้าม

