
ถาม-ตอบเกี่ยวกับ กีฬา Extreme Ironing
- Chono
- 9 views

กีฬา Extreme Ironing คือกิจกรรมที่นำการรีดผ้ามาผสมกับกีฬาเอ็กซ์ตรีม โดยผู้เล่นต้องนำเตารีดและโต๊ะรีดผ้าไปใช้งานในสถานที่แปลก แนวคิดนี้เริ่มขึ้นในเมือง Leicester ประเทศอังกฤษ โดย Phil Shaw ในปี 1997 หลังจากเขาตัดสินใจผสมผสานงานบ้านเข้ากับการปีนเขา (14 สิงหาคม 2026) [1]
จุดเริ่มต้นเกิดจาก Phil Shaw กลับจากการทำงานในโรงงานถักเสื้อผ้า แล้วพบว่ายังมีงานรีดผ้ารออยู่ที่บ้าน แทนที่จะเลือกทำงานบ้านตามปกติ เขากลับอยากออกไปปีนเขา จึงนำเตารีดและโต๊ะรีดผ้าไปใช้ระหว่างทำกิจกรรมกลางแจ้ง แนวคิดที่ดูเป็นเรื่องตลก จึงกลายเป็นรูปแบบกีฬาใหม่ที่ผสมผสานความเสี่ยงและความเรียบร้อย
ผู้เล่นเคยรีดผ้าบนภูเขา หน้าผา ในป่า บนเรือแคนู ใต้น้ำ และแม้แต่ระหว่างกระโดดร่ม หนึ่งในเหตุการณ์ที่โดดเด่นคือ การรีดผ้าธง Union Jack บริเวณใกล้ Everest Base Camp ในปี 2003 ที่ความสูงประมาณ 5,440 เมตร สถานที่ยิ่งคาดไม่ถึงก็ยิ่งสะท้อนคอนเซปต์ของ Extreme Ironing ได้ชัดเจน (14 สิงหาคม 2026) [1]
อุปกรณ์พื้นฐานประกอบด้วย เตารีด โต๊ะรีดผ้า และเสื้อผ้าที่ต้องรีด โดยผู้เล่นต้องเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับพื้นที่ หากออกไปยังสถานที่ไม่มีไฟฟ้า อาจต้องใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เตารีดแบตเตอรี่ หรืออุปกรณ์ให้พลังงานแบบพกพา น้ำหนักและขนาดจึงเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะผู้เล่นต้องแบกอุปกรณ์ไปยังพื้นที่แข่งขันหรือสถานที่ท้าทาย
การแข่งขันปี 2002 ใช้การตัดสินจากคุณภาพการรีด สไตล์ และเวลา โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 5 ประเภท เช่น Forest, Water, Rocky, Urban และ Freestyle ข้อมูลการแข่งขันระบุว่า ครึ่งหนึ่งของการให้คะแนน จะให้ความสำคัญกับคุณภาพการรีด รวมถึงจำนวนรอยยับที่เหลืออยู่ และประสิทธิภาพในการรีด (1 เมษายน 2003) [2]
ผู้เล่นต้องมีทั้งทักษะการรีดผ้า การทรงตัว การปีนป่าย และการรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ไม่ปกติ ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับสถานที่ เช่น หน้าผา กระแสน้ำไหลแรง ความสูง อากาศหนาว หรือกิจกรรมอย่างการดำน้ำและกระโดดร่ม

มีการจัด 1st Extreme Ironing World Championships ที่เมือง Valley แคว้น Bavaria ประเทศเยอรมนี ในเดือนกันยายน 2002 Guinness World Records ระบุว่ามีการแข่งขัน 5 ประเภท และผู้ชนะคือ Inga Kosak จากเยอรมนี ด้วยคะแนน 522 คะแนน (1 เมษายน 2003) [2]
โดยหลักแล้ว Extreme Ironing ไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้เตารีดรุ่นพิเศษ แต่ต้องสามารถรีดเสื้อผ้าได้จริงในสถานการณ์ที่กำหนด ในยุคแรกผู้เล่นจำนวนมากต้องพึ่งเครื่องปั่นไฟหรือแหล่งพลังงานอื่น เพราะเตารีดธรรมดาต้องใช้ไฟฟ้าจากภายนอก มีการใช้เตารีดแบตเตอรี่เช่นกัน แต่ความสำคัญหลักยังอยู่ที่การพกพาและความเหมาะสมกับพื้นที่
หนึ่งในผลงานที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดคือการรีดผ้าที่บริเวณ Everest Base Camp ในปี 2003 John Roberts และ Ben Gibbons รีดธง Union Jack ที่ระดับประมาณ 17,800 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล เหตุการณ์นี้ถูกนำเสนอในฐานะสถิติด้านระดับความสูงของ Extreme Ironing และกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของกิจกรรมนี้ (25 เมษายน 2003) [3]
คือการนำ งานบ้านธรรมดา มาวางไว้ในสถานการณ์ที่ตรงข้ามกับความธรรมดาอย่างสิ้นเชิง ภาพคนรีดเสื้อบนภูเขา ใต้น้ำ หรือระหว่างกิจกรรมเสี่ยงอันตรายสร้างความรู้สึกทั้งแปลก ตลก และน่าจดจำ ความย้อนแย้งนี้ทำให้กิจกรรมสามารถสร้างเรื่องราวและภาพที่เหมาะกับการเผยแพร่ผ่านสื่อได้ง่าย
กีฬาเอ็กซ์ตรีมทั่วไปมักเน้นความเร็ว ความสูง ความท้าทาย หรือทักษะทางร่างกาย ขณะที่ Extreme Ironing เพิ่มภารกิจ “รีดผ้าให้เรียบ” เข้าไปด้วย ผู้เล่นจึงต้องรับมือทั้งความยากของกิจกรรมและคุณภาพของการรีด หรือใครที่อยากรู้จักกับกีฬาประเภทอื่นๆ สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ กีฬาประหลาดจากทั่วโลก มีอะไรบ้าง
คำตอบก็คือ มีอุปกรณ์เตารีดแบบพกพาและเตารีดไร้สายให้เลือกใช้มากขึ้น ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดเรื่องการลากสายไฟไปยังพื้นที่กลางแจ้ง อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบหลักฐานน่าเชื่อถือว่ามี เตารีดที่ออกแบบเฉพาะสำหรับ Extreme Ironing และได้รับการยอมรับเป็นมาตรฐานของกีฬา
สรุปแล้ว Extreme Ironing คือหนึ่งในกีฬาเอ็กซ์ตรีม ที่ผสมผสานกับการทำงานบ้าน อย่างเช่นการรีดผ้า ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องนำเตารีดและโต๊ะรีดผ้า ไปยังสถานที่สุดแปลก เพื่อท้าทายความสามารถของตนเอง และช่วยเปลี่ยนกิจกรรมธรรมดาให้กลายเป็นความท้าทายที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ การวางแผน และทักษะทางร่างกายร่วมกัน

