
เปรียบเทียบ การฟาวล์ในเขตโทษ กับ นอกเขตโทษ
- Good Day's
- 13 views

การฟาวล์ในเขตโทษ กับ นอกเขตโทษ ต่างกันยังไง ในกีฬาฟุตบอล คำตอบคือการฟาวล์ในเขตโทษ กับนอกเขตโทษ ต่างกันที่วิธีเริ่มเล่น และระดับโทษบางกรณี โดยต้องยึดจุดที่เกิดความผิดจริง ไม่ใช่ตำแหน่งที่ผู้เล่นล้มลง
หากฝ่ายรับทำความผิดที่มีโทษเป็นฟรีคิก โดยตรงภายในเขตโทษของตน ฝ่ายรุกจะได้จุดโทษ แต่ถ้าเกิดด้านนอก จะได้ฟรีคิก ส่วนใบลงโทษพิจารณาจากลักษณะ และผลของการฟาวล์ร่วมด้วย ผู้ตัดสินต้องดูจุดสัมผัส การฟาวล์ต่อเนื่อง ผู้กระทำผิด และโอกาสทำประตูในจังหวะนั้น พื้นที่เกิดเหตุ จึงเปลี่ยนทั้งการเริ่มเล่น และการพิจารณาใบลงโทษ ในบางสถานการณ์
ผู้ตัดสินยึดจุดที่เกิดการสัมผัสผิดกติกา เป็นหลัก หากฟาวล์เกิดนอกเขตโทษ แล้วผู้เล่นล้มเข้าไปด้านใน ยังคงให้ฟรีคิก ไม่เปลี่ยนเป็นจุดโทษ เพราะตำแหน่งที่ล้ม แบบที่เคยเขียนอธิบายไปใน ฟรีคิกทางตรง กับ ฟรีคิกทางอ้อม ก่อนหน้านี้
เส้นเป็นส่วนหนึ่งของเขตโทษ ดังนั้น การฟาวล์บนเส้นของฝ่ายรับ จึงถือว่าเกิดด้านใน และอาจเป็นจุดโทษ โดยเส้นสนาม ต้องมีความกว้าง ไม่เกิน 12 เซนติเมตร (2026) [1]
หากการดึง หรือกอดรั้ง ที่เริ่มจากด้านนอก และดำเนินต่อเข้าไปในเขตโทษ ผู้ตัดสินให้จุดโทษได้ ต่างจากการปะทะครั้งเดียว จากด้านนอกแล้วผู้เล่นเสียหลักเข้าไป ซึ่งยังเป็นฟรีคิก

ฝ่ายรับทำฟาวล์ ที่มีโทษเป็นฟรีคิกโดยตรงในเขตโทษของตน จะเสียจุดโทษ แต่หากฝ่ายรุกเป็นผู้ทำฟาวล์ ในพื้นที่เดียวกัน ฝ่ายรับจะได้ฟรีคิก และไม่เกิดจุดโทษ
หากฝ่ายรับพยายามแย่งบอลในเขตโทษ แต่ฟาวล์จนตัดโอกาสทำประตู จะเสียจุดโทษ และมักได้รับใบเหลือง ส่วนเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน นอกเขตโทษ มักเป็นฟรีคิกพร้อมใบแดง
การดึง ผลัก หรือกอดรั้ง เพื่อปฏิเสธโอกาสทำประตู ไม่ถือเป็นการพยายามเล่นบอล จึงอาจได้รับใบแดง ไม่ว่าจะเกิดใน หรือนอกเขตโทษ แต่การเริ่มเล่นต่างกัน ระหว่างจุดโทษกับฟรีคิก
การฟาวล์ เพื่อหยุดเกมรุกที่มีแนวโน้มอันตรายนอกเขตโทษ มักได้รับใบเหลือง แต่หากเกิดในเขตโทษ จากการพยายามแย่งบอล และผู้ตัดสินให้จุดโทษ อาจไม่ต้องแจกใบเหลืองเพิ่ม
ความผิดที่มีบทลงโทษ เป็นฟรีคิกทางอ้อม จะไม่กลายเป็นจุดโทษ เพียงเพราะเกิดในเขตโทษ จุดโทษใช้กับความผิดของฝ่ายรับ ที่ต้องลงโทษด้วยฟรีคิกโดยตรงเท่านั้น

VAR สามารถตรวจจุดสัมผัส เพื่อยืนยันว่าฟาวล์เกิดใน หรือนอกเขตโทษ โดยสถิติฟุตบอลโลกปี 2018 พบว่าความแม่นยำของคำตัดสินสำคัญ เพิ่มจาก 95% เป็น 99.3% เมื่อใช้ VAR (27 มิถุนายน 2018) [2]
หากความผิดเกิดนอกสนาม ขณะบอลอยู่ในการเล่น ผู้ตัดสินใช้จุดบนเส้นเขตสนาม ที่ใกล้เหตุการณ์ที่สุด หากจุดนั้นอยู่ในเขตโทษของฝ่ายทำผิด อาจให้จุดโทษ แต่ถ้าอยู่นอกจะเป็นฟรีคิก
การฟาวล์ในกับนอกเขตโทษ ต้องดูจุดเกิดเหตุ ประเภทความผิด และลักษณะการตัดโอกาสร่วมกัน เพราะพื้นที่เพียงอย่างเดียว ไม่ได้กำหนดใบลงโทษทั้งหมด

